บอกลารอยแผลเป็นจากสิวให้หน้าใสกับ 8 วิธีที่ใครก็ทำได้!

Last updated: Jun 4, 2018  |  1079 จำนวนผู้เข้าชม  |  Blog

บอกลารอยแผลเป็นจากสิวให้หน้าใสกับ 8 วิธีที่ใครก็ทำได้!

1.หลีกเลี่ยงแสงแดด

เพราะความแรงของแสง UV จะกระตุ้นให้เซลล์ผิวสร้างเมลานิน หรือเม็ดสีที่ทำให้ผิวของเราคล้ำลงและทำให้แผลเป็นจากสิวเด่นชัดขึ้น ฉะนั้น เราควรทาครีมกันแดดที่มีค่า SPF เท่ากับ15 หรือสูงกว่านั้น และทาซ้ำบ่อยๆ โดยเฉพาะในช่วงเวลา 11.00–15.00 น. ช่วงที่แดดแรงที่สุดระหว่างวัน  หรือถ้าเลี่ยงได้ ก็ไม่ควรออกแดดในเวลานี้ค่ะ


2.ทายาลดรอยสิว

วิธีนี้ง่ายสุดๆ สำหรับใครที่ต้องการให้รอยสิวหายไวๆ ซึ่งยาในกลุ่มลดรอยสิวก็มีหลากหลายให้เลือก แล้วสาวๆ ก็ควรทาเป็นประจำเช้า-เย็น ห้ามขาด!


3.ลดเลือนด้วยการพอกหน้าจากธรรมชาติ

สูตรพอกหน้าสามารถช่วยลบรอยแผลได้ไม่ว่าจะเป็นสูตรสุดฮิตอย่าง น้ำมะนาว+น้ำผึ้ง, น้ำนม+โยเกิร์ต, สับปะรด+น้ำผึ้ง, เนื้อองุ่นเขียว+โยเกิร์ตรสธรรมชาติ+น้ำผึ้ง+น้ำมะนาว, แอปเปิ้ลเขียว+น้ำผึ้ง หรือสูตรอื่นๆ อีกหลายแบบโดยเฉพาะสูตรที่มีผลไม้ แค่พอกหน้าเป็นประจำทุกวัน ห้ามขี้เกียจ ก็จะช่วยลดปัญหาเรื่องสีของรอยแผลจากสิวได้ค่ะ


4.หมั่นดื่มน้ำสะอาด

การดื่มน้ำเปล่าเยอะๆ สามารถช่วยให้แผลเป็นจากสิวหายได้  เพราะน้ำเป็นส่วนประกอบที่สำคัญของร่างกาย ถ้าหากว่าร่างกายของเราได้รับน้ำในปริมาณที่พอเหมาะ ก็จะสามารถเข้าไปทำการเติมเต็ม และซ่อมแซมรอยแผลเป็นต่างๆ ให้จางลงเร็วขึ้นได้

 

5.ยิ่งรักษาเร็ว ยิ่งดี!

36 ชั่วโมงแรกหลังจากมีรอยแผลเป็น คือนาทีทองในการเริ่มต้นดูแลรักษาค่ะ เนื่องจากจะช่วยลดรอยได้ดีที่สุด หากพ้น 36 ชั่วโมงนี้ไปแล้ว สาวๆ อาจต้องใช้การบำรุงที่มากขึ้นและใช้เวลานานขึ้นกว่าที่รอยแผลเป็นจะจางลง ระหว่างนี้ก็ควรหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่อุณหภูมิร้อนจัดและหนาวจัดไว้ด้วยนะคะ


6.ผลัดเซลล์ผิวอย่างอ่อนโยน

โดยเริ่มต้นด้วยการทำความสะอาดผิวหน้าอย่างเบามือ ตามด้วยการใช้มอยส์เจอร์ไรเซอร์ที่อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระและมีฤทธิ์ต้านการอักเสบ ซึ่งจะทำให้ชั้นผิวหนังผลิตเซลล์ผิวขึ้นมาทดแทนผิวชั้นนอกที่เป็นรอยแผลเป็นได้ ส่งออกซิเจนไปเลี้ยงเซลล์ได้ทั่วถึง และยังกระตุ้นการทำงานเซลล์ผิวให้ปล่อยเอนไซม์ผลิตโปรตีนอันเป็นส่วนประกอบสำคัญของชั้นผิวหนัง เพียงเท่านี้ก็เป็นการกระตุ้นการผลัดเซลล์ผิวตามธรรมชาติแล้วค่ะ


7.ต้องช่างเลือก

การเลือกใช้เครื่องบำรุงผิวที่สามารถช่วยลบรอยแผลเป็นได้นั้น ควรมีส่วนประกอบของวิตามิน แร่ธาตุ และสารอาหารผิวอย่างเหมาะสม เช่น วิตามินเอ ที่ช่วยในการผลิตเซลล์ผิวชั้นบน หรือวิตามินซี อันเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างคอลลาเจน และช่วยฟื้นฟูสภาพผิว เป็นต้น


8.ต้องมีวินัยและความสม่ำเสมอ

การรักษาวินัยในการดูแลผิวอย่างสม่ำเสมอจะช่วยทำให้ผิวกลับมากระจ่างใสเร็วขึ้น เช่น การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวที่อ่อนโยน ใช้แล้วไม่ระคายเคืองผิว และไร้สารเคมีอันตรายต่างๆ อย่างเช่น SOJO 3 in 1 Happy Face Form Wash ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวหน้าผลิตจากประเทศเกาหลี ที่ทำได้ถึง 3 ขั้นตอนคือ ล้างทำความสะอาดเครื่องสำอาง + ล้างหน้าแบบดีท็อกซ์ผิว + และบำรุงผิวแบบล้ำลึก ภายในขวดเดียว เนื้อโฟมอุดมด้วยสารสกัดจากแพลงก์ตอนเกาะเชจู 5 ชนิดอย่าง สาหร่ายแดง, สาหร่ายสีเขียว, ไฟลัมยู กลีโนไฟตา, สาหร่ายสีเขียวแกรมน้ำเงิน และคอลเรลลา  ผสานเข้ากับสารสกัดจากผลทับทิมจากประเทศญี่ปุ่น สารสกัดที่มีสารต้านอนุมูลอิสระมากกว่า Vitamin C ถึง 1,000 เท่า! ช่วยฟื้นฟูและซ่อมแซมผิวขั้นสุด จึงช่วยลดเลือนรอยดำแดงจากสิวได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งยังกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนสูงขึ้นถึง 54% ภายในเวลาเพียง 2 วัน อ่อนโยนแม้ผิวแพ้ง่าย ช่วยรักษาค่า p.H 5.5 บนผิวหน้า ไร้สารอันตรายอย่าง...

- พาราเบน

- แอลกอฮอลล์

- ไฮโดรควิโนน

- สเตียรอยด์

- สารตะกั่ว

- สารปรอท

- สารอันตราย และสารต้องห้ามทุกชนิด


ไอเท็มคุณภาพระดับเคาน์เตอร์แบรนด์ในราคาที่ใครก็เอื้อมถึง สามารถดูรายละเอียดและสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ www.sojothailand.com หรือติดต่อ Line id: @sojothailand

Powered by MakeWebEasy.com